โต๊ะจีน ถือเป็นอาหารอะไรที่ทุกเพศทุกวัยชอบกิน คนทุกขยายอาณาเขต
![]()
ตั้งแต่นี้ไปเหนือยันใต้ อีสานยันตะวันออก ตะวันตก ก็ชอบกิน ต้องกินพร้อมๆ กัน กันหลายคน อาหารอะไรที่ทุกเพศทุกวัยชอบกิน คนทุกที่ดิน ตั้งแต่นั้นมาเหนือยันใต้ อีสานยันตะวันออก ตะวันตก ก็ชอบกิน ต้องกินพร้อมๆ กัน กันหลายคน อาหารทยอยออกมาให้กินไม่ซ้ำกัน

ราคามีตั้งแต่นั้นมาแพงยันถูก จากหลักหลายหมื่นถึงหลักพัน เป็นอาหารที่ไม่มีทางที่จะการถอยความนิยม คำตอบคือ โต๊ะจีนครับ อาหารโต๊ะจีนนี่คงมีไม่กี่คนที่ปฏิเสธ นอกเสียว่ากินบ่อยเท่านั้นเอง การเริ่มต้นของโต๊ะจีนในเมืองไทยคงอาจจะสาวไปไกลถึงสมัยอยุธยาไม่ได้ ถึงคนจีนจะอยู่เมืองไทยมาตั้งปัจจุสมัยนั้นแล้ว ถึงแน่นอนว่ามีคนจีนก็ต้องมีอาหารจีนด้วยเช่นกัน แต่ก็ต้องถามว่าทำไมต้องเรียกโต๊ะจีน ทำไมไม่เรียกว่ากินอาหารจีน ซึ่งผมช่วยว่าการเรียกโต๊ะจีนนั้นเพื่อระบุวิธีการกินแบบจีนให้กระจ่างขึ้น ปกติคนไทยโบราณนั้น เวลากินข้าวจะนั่งกินกับพื้น ส่วนคนจีนจะนั่งกินบนตั่ง เพราะยูเนสโกการนั่ง เก้าอี้โบร่ำโบราณก็เป็นของจีน แต่ชิงตำแหน่งของจีนก็ไม่ได้หมายถึงตั่งสูงๆ อย่างเดียว เก้าอี้สวช. ก็มี ซึ่งการกินบนม้าสวช. นั้นมักจะเห็นตามชนบทของจีน หรือกาลเวลาแรกๆ ที่คนจีนอยู่เมืองไทย หรือแม้ชาวเขา ที่เป็นชนกลุ่มน้อยที่มีสวช.ใกล้เคียงกับจีน เช่น ชาวม้ง ชาวเย้า ลีซอ นั่งม้าประเพณีนิยม กินข้าวทั้งสิ้น นั่นเป็นกรณีจำเป็นของม้า ส่วนการกินล้อมกันเป็นวง กินพร้อมๆ กัน กัน กินกับข้าวจีนหลายอย่าง อย่างน้อย 8-10 อย่าง ส่วนชิงตำแหน่งก็ให้เป็นทรงสูง ก็เลยเรียกการกินแบบนี้ว่า โต๊ะจีน เป็นการกระทำความผิด
ความเข้าใจให้ตรงกันของการกินแบบนี้คือ โต๊ะจีน วิธีการระบุให้กระจ่างนั้นก็ เหมือนเดิมผัดไทย ซึ่งที่จริงก็มาจากที่กระชอนปรุงเครื่องหมายกรณฑ์ชิ้นส่วนทุกอย่างเป็นของจีนทั้งสิ้น ตั้งแต่นั้นมากระทะ เส้นก๋วยเตี๋ยว ถั่วงอก เต้าฮู้ ถั่วงอก ผักถั่วงอก ถั่วลิสงบด แม้จนไข่เป็ด ก๊าดหมู ยังเป็นของคนจีนการเลี้ยงชีพ แต่เมื่อคิดเอามาผัดเป็นวิธีใหม่ ซึ่งต่างจากก๋วยเตี๋ยวผัดแบบจีน ก็เรียกเสียว่าผัดแบบไทย หนักๆ เข้าตัดคำว่าแบบออกไป ก็เหลือแค่คำว่าผัดไทย การกินโต๊ะจีน ที่ประสาทสัมผัสครั้งแรกก็มาจาก บันทึกในกติกาสัญญาของ กติกามาตรา ชื่อ 80 ปีของกระผม ที่พูดถึงเหลา 2จีนที่เหลา 2 ซึ่งมีไม่กี่แห่ง มีเหลา 2บันไดทอง ที่คนนิยมไปกินโต๊ะจีน ซึ่งเมื่อเทียบที่ท่านขุนฯ บันทึกเมื่อครั้งนั้น จนมาถึงจนกระทั่งบัดนี้ ก็ร่วม 100 ปีแล้ว การกินโต๊ะจีนนั้นจัดทันปัจจุสมัย ถูกใจชาวบ้านมากตกขอบ งานกินดองของคนองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ที่ความโก้หรูที่สุดในยุคสมัยก่อนต้องการทรงตัวโต๊ะจีน และส่วนใหญ่เป็นเหลา 2แถบภัตตาคารและมีระดับ ที่ดังตกขอบก็มี ห้อยเทียนเหลา และภัตตาคารไล้กี่ โต๊ะจีน ออกไปสู่ความนิยมตามชนบท เมื่อก่อนนั้นคนไทยเมื่อเวลามีงานมงคล เช่น งานแต่ง งานบวช ขึ้นบ้านใหม่ จะต้องมีการช่วยกันลงมือลงแรงตั้งโรงครัว การเลี้ยงชีพแขกกัน ยังไงเจ้าภาพก็ต้องจ่ายเงินจ่ายทองอยู่แล้วแต่อาจจะกระป้อกระแป้ แต่เมื่อมีการการอำนวยความสะดวกผู้รับจ้างจัดโต๊ะจีนขึ้นมา ก็มีเจ้าภาพใช้การค้าประเวณีโต๊ะจีน แขกก็ถูกใจเพราะกินอร่อย กินอิ่ม หนีจากความจำเจจากอาหารไทย การกินโต๊ะจีนจึงนิยมไปทั่วทุกหัวระแหง ยุคนี้นักการเมืองเมืองกินเลี้ยงหัวคะแนนถ้าขืนการเลี้ยงชีพขนมจีนซาวน้ำแกงเขียวหวานไก่ ล้มวัวควายผัดเผ็ด การพิสูจน์สอบตกแน่ ต้องการทรงตัวโต๊ะจีนอย่างเดียว แม้กว่าการทรงตัว พระเพลา ให้พระฉันโต๊ะจีน ท่านยังอนุโมทนาเจ้าภาพทำดี รู้ใจอาตมา คนทำโต๊ะจีนก็ชอบครับ มิใช่เพราะคนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเดียว การทำโต๊ะจีนซึ่งต้องมีฝีมือ แต่ถ้าเมื่อมีฝีมือแล้ว ทำไมไม่ไปทำร้านอาหาร เมื่อการเทียบเทียบกับทำร้านอาหารแล้ว ทำโต๊ะจีนสบายกว่า ได้กำไรมากกว่า แต่มีข้อจำกัดว่าต้องมีงานเข้าความเสมอต้นเสมอปลายเท่านั้น การทำโต๊ะจีนลงทุนครั้งแรกคงเดิมกัน ต้องมีประดับยนต์
กรณฑ์ครัว โต๊ะ ชิงตำแหน่ง ผ้าปูโต๊ะ จานชาม ช้อน ส้อม ตะเกียบ แก้ว แต่ไม่ต้องลงทุนทำร้าน ตกแต่งภายในร้าน ไม่ต้องทำที่อาบน้ำ ห้องส้วม ค่าไฟฟ้า น้ำประปา ก็ไม่ต้องเสีย ไม่ต้องจ้างคนงาน แล้วไม่ต้องตุนของสด ของแห้ง คนทำโต๊ะจีนนั้น เมื่อมีงานเข้า ก็มีราคาให้ผู้บริโภคเลือกว่าจะเอาราคาเท่าไหร่ เขาคำนวณถูกว่ากี่โต๊ะ ต้องใช้อาหารสด อาหารแห้งเท่าไหร่ ก็ซื้อมาเพียงนั้น สำรองเผื่อเหลือ เผื่อขาด นิดหน่อย คนทำโต๊ะจีนนั้นส่วนใหญ่ทำอาหารเป็น และเป็นตัวหลัก แต่ถ้าเป็นงานใหญ่ต้องใช้คนเพิ่ม ก็รู้ว่าต้องใช้พ่อครัวกี่คน ใช้ลูกมือที่เป็นคนเด็กเสิร์ฟกี่คน ก็ไปตามมาทำ พวกนี้เขามีคอนเนกชันอยู่ในมืออยู่แล้ว ใครมีฝีมือค่ากำเหน็จเท่าไหร่ คนนั้นติดงานอื่น เขาก็มีคนอื่นเผื่อเรียกสำรองมาได้อีก พ่อครัวก็ดี คนเด็กเสิร์ฟก็ดี ชอบเป็นมือปืนลูกจ้าง เสร็จงานแล้วก็เลิกกัน มีงามือปืน ก็ดี ไม่อยากทำจะไปการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือจะนอนใช้เงินก็ได้ คนทำโต๊ะจีนนั้น มีวิธีหาผู้บริโภคโดยไม่ต้องตั้งงบโฆษณา ง่ายนิดเดียว ทุกโต๊ะต้องมีแก้วใส่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไว้ ใครจะหยิบไม่หยิบไม่สนใจ แต่เขาเชื่อว่า คนกินโต๊ะจีน 10 คน ต้องถูกใจบ้าง เอาแค่อย่างต่ำสุดคนเดียวก็พอ คนนี้แหละเอาการสัญจรไป ครั้งหน้าคนนี้จะจัดโต๊ะจีน ต้องเรียกเขาแน่ แล้วเวลาจัดก็ต้องมีคนถูกใจอีก ก็เป็นอย่างนั้นต่อไปช้าๆ ตอนนี้การจัดโต๊ะก็ต้องสำคัญหน่อย เมื่อก่อนผ้าปูโต๊ะเป็นลายดอกเรื่อยๆ ตอนนี้ต้องมีผ้าปูโต๊ะ 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นสีแดง กรุ่ม หรือสีอะไรก็ได้ ยกเว้นสีดำ ชั้นบนเป็นผ้าผลาหาร ส่วน เก้าอี้ ถ้าโต๊ะราคาถูก ตั่งก็เป็นถุงก๊อบแก๊บ ถ้าแพงต้องเป็น เก้าอี้เหล็กมีผ้าขาวหุ้ม เก้าอี้ โต๊ะปธน.จัดงานนั่งหรือโต๊ะแขกสำคัญนั่งผูกโบสีทอง กระดาษวาดแบบเช็ดปากต้องเรื่อยๆ ไปอย่างเดียว ที่กระดาษลอกลายเช็ดปากในท้องตลาดที่ไม่มีสีถั่วแม่ตาย สีฟ้า สีเขียว มีแต่กรุ่มนี่ก็เพราะทรงอิทธิพลของโต๊ะจีนโดยแท้

เพราะฉะนั้นโต๊ะจีนในปัจจุสมัยนี้จึงมีเยอะแยะ ขนาด งั้น ร่ำๆ จะกลับตาลปัตรชื่อเป็นโต๊ะจีนบุรีนครแล้ว และกาลเวลานี้อีกเช่นกันมีโต๊ะจีนส่งถึงบ้าน โต๊ะเดียวก็ส่ง ให้คนกินที่บ้านตั้งโต๊ะตีวงกินกากี่นั้ง คนจัดสบายขึ้นไปอีกไม่ต้องล้างชาม ทั่วถึงกันนี่แหละโต๊ะจีน อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่นั้นมาต้นครับ นี่คืออย่างที่อยากกิน หรือว่าไม่จริง
more info : โต๊ะจีน,


